บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 ภักดีศัตรู
ค่ำคืนที่พายุกระหน่ำสาดซัดสายฝนลงมาอย่างหนัก หยดน้ำจากฟ้าอันเย็นเฉียบ ละเลียดชะละลายน้ำตาของผมปนไปด้วยกัน เสียงร้องไห้คร่ำครวญอันเกิดจากหัวใจเจ็บแค้นแสนสาหัส ถูกเสียงฟ้าคำรามกลืนกลบไปจนสิ้น สูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร เงาทะมึนมืดครึ้มของเมฆดำบดบังแสงจันทร์อันริบหรี่ของคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หากแต่ชีวิตผม คืนนี้มันไม่ต่างอะไรจากค่ำคืนมืดมนอันแสนโหดร้าย แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากดวงโคมมากมาย แต่ผมกลับมองไม่เห็นหนทางที่ตัวเองจะย่างเดิน
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ดูสิเราเจอใคร” ปลายรองเท้าคัทชูสีดำมันเลื่อมขยับก้าวเข้ามายืนใกล้ เสียงหยันเยาะเย้ยน่ารังเกียจอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย เป็นปกติเช่นนี้ทุกครั้ง ยามเมื่อเราสองคนเจอหน้ากัน
“ฮึ” ผมพ่นลมก้อนหนึ่งออกมาทางรูจมูก ขนาดไม่ได้แหงนคอขึ้นไปมองหน้ามัน เห็นแค่ปลายรองเท้าเท่านั้นผมยังรู้สึกเกลียดมันนักหนา
“ทิวา ฉันได้ข่าวว่าเธอตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงฟื้นตื่นจากหลุมเร็วนักล่ะ”
ทิวา นั่นคือชื่อผม ทั้งที่ความหมายของชื่อนี้คือช่วงเวลากลางวันอันสดใสเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตผมตอนนี้นั้นเหมือนกำลังดำดิ่ง จมลงสู่ห้วงเหวหุบนรกไขว่คว้าพยายามตะกายหาทางหลุดพ้นแต่ก็จนปัญญา ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน มีเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันดำมืดช่างห่างไกลกับความหมายของชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เหลือเกิน ส่วนไอ้ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาหยิ่งยโสโอหัง เจ้าของสูทดำที่ยืนค้ำหัวผมอยู่นี้คือ พสิษฐ์ คู่อริตลอดกาลของตระกูลผม พวกเราเกลียดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จ้องคิดทำลายล้างผลาญกันมาหลายชั่วอายุคน
“ตายอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันเพิ่งไปเผาศพพ่อ พี่ชาย แล้วก็มีศพของเธอด้วย” รองเท้าคัทชูสีดำขนาดไซต์ไม่ต่ำกว่าเบอร์สี่สิบขยับใกล้เข้ามา แววตาหยามเหยียบซ้ำขยี้บดจนศักดิ์ศรีความเป็นคนของผมจมลึกลงไปไม่เหลืออะไรอีก
“พ่อกับพี่ตะวัน”
ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้ คือดวงตาสองคู่ของพ่อและพี่ชายขณะมองกลับมา พร้อมคำสั่งให้ผมหนีเอาชีวิตรอด ไม่มีคำลา ไม่มีคำสั่งเสีย ไม่มีคำกล่าวสดุดีไว้อาลัยใดๆ และผมไม่มีโอกาส แม้แต่เข้าไปร่วมงานศพของคนที่ผมรัก
“เธอคงไม่ได้ดั้นด้นหนีความตาย เพื่อมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านฉัน เพียงแค่เท่านี้หรอก...ใช่มั้ย” เจ้าของรองเท้าคู่ใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าคมถูกเงาทะมึนครึ้มเมฆบดบังซีกหน้าด้านหนึ่งเอาไว้ เห็นเพียงประกายตาแวววาว
“ผมต้องการแก้แค้น”
“แก้แค้น...แม่เลี้ยงคนสวยของเธอนะเหรอ วันนี้หล่อนสวยมากสวมเครื่องเพชรชุดใหญ่ ฉันจำได้ว่าแม่เธอเคยสวมมันเมื่อนานมาแล้ว ในงานศพวันนี้ แม่เลี้ยงกับพี่ชายต่างแม่ของเธอ ยืนร้องไห้ต้อนรับแขก ดูเสแสร้งดีแต่ก็อย่างว่านะ...หล่อนเป็นนักแสดงเก่านี่นา เอาละบอกมาสิว่าเธอมานั่งขวางประตูบ้านฉันอย่างนี้ต้องการอะไร เงิน หรือเศษอาหาร” คำถากถางดูถูกนั้นทำเอาเลือดผมเดือดปุดๆ อยากจะลุกขึ้นมากระโดดถีบปากมันสักที หากไม่ติดที่จำเป็นต้องมาต่อรองขอความช่วยเหลือ
“คุณอยากได้อาณาจักรของพิทักษ์วัฒนา มานานแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมกดสายตาลงต่ำเลือกที่จะมองไปยังรองเท้าสีดำมากกว่าใบหน้าคู่สนทนา
“ฉันเคยอยากได้ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” เจ้าของร่างสูงย่อตัวลงมานั่งยองอยู่เบื้องหน้า มุมปากแสยะยิ้มแยกเขี้ยวน่ารังเกียจเกินจะมอง
“ทำไม...”
“เพราะอีกไม่นาน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ของพิทักษ์วัฒนา มันจะค่อยๆ ล่มสลาย กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังเหมือนปราสาทเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ไร้ความหมาย มันจะเหลือไว้เพียงตำนานและความทรงจำครั้งเคยรุ่งเรือง ถึงตอนนั้นฉันสามารถใช้เศษเงินอันน้อยนิดซื้อมันมาได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันคงไม่ทำกำไร หรือแม้แต่สร้างภาคภูมิใจอะไรให้กับฉันแล้ว” เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวด เพราะเมื่อหัวเรือใหญ่ของตระกูลสูญสิ้นลมหายใจไปทั้งสองคน ลำพังเพียงผม ยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดหนีการตามล่าของสองแม่ลูกใจอำมหิตนั้นไปได้ไกลหรือว่านานแค่ไหน ซ้ำร้ายญาติพี่น้องทุกคนต่างเข้าใจว่าผมตายไปแล้ว เอกสารหลักฐานการมีตัวตนของผมไม่เหลืออะไรเลย
“แย่งมันมาสิ...” ผมแหงนคอขึ้นไปพูดประโยคที่ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านกัดกินจิตใต้สำนึกลึกๆ
“เธอว่ายังไงนะ”
“แย่งมันมา ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงไป”
“ฉันเพิ่งบอกเธอไป ว่าฉันไม่ได้ต้องการมัน”
“ถ้าคุณไม่ต้องการ อย่างนั้น...ก็ทำลายมันซะ”
“อะไรนะ?”
“ทำลายมันให้ย่อยยับ ผมรู้ว่าคุณทำได้ ใช้ความชั่ว ความเลวของคุณ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย ใช้ทุกอย่างที่คุณมีพยายามบดขยี้เรา เหมือนสมัยที่พ่อกับพี่ชายผมยังอยู่”
“แน่ใจเหรอว่าเธอต้องการอย่างนั้น”
“ใช่ ผมต้องการอย่างนั้น”
“ฉันพร้อมที่จะบดขยี้มันให้พังพินาศ ไอ้เรื่องสร้างความฉิบหายให้กับคนอื่นนี่ ฉันถนัด ยิ่งถ้ามันเป็นพิทักษ์วัฒนาด้วยแล้ว...ฉันยิ่งชอบ แต่ฉันขอฟังเหตุผลของเธอหน่อยได้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร”
“ในเมื่อคุณบอกว่าอีกไม่นานพิทักษ์วัฒนาจะต้องพบจุดจบ ซึ่งผมเองคิดว่ามันไม่เกินจริง ผมยอมให้มันแหลกสลายในมือคุณที่เป็นศัตรู ดีกว่าปล่อยให้มันย่อยยับด้วยน้ำมือของคนทรยศ ว่ายังไงคุณทำได้เหมือนที่โม้เอาไว้หรือเปล่า” น้ำตาจากความเจ็บแค้นไหลอาบลงมาต่อหน้าศัตรู
“เป็นความคิด ความตั้งใจที่น่าสนใจดี ฉันจะไม่พูดจาโอ้อวดให้มากความนักหรอก ขอแค่เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ผมผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจมามากพอแล้ว”
“ถ้านี่เป็นการตัดสินใจของเธอ ตกลง...ฉันรับข้อเสนอนี้”
ภายใต้ชายคา อาณาจักรศิวะอัศวโยธิน คู่ปรับและศัตรูตลอดกาลของตระกูลผม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเดินเข้ามาในบ้านของศัตรู นายพสิษฐ์ ผู้ชายหน้านิ่ง นิสัยเย็นชา ปากหมาแถมยังใจสัตว์ เดินช้าๆ มาหยุดลงตรงบันได ซึ่งทอดสูงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังงาม ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดประดับตกแต่งโอ่อ่าหรูหรา สมฐานะมหาเศรษฐีแถวหน้าใต้ฟ้าเมืองไทย
“ฉันรู้ว่าเธอเคยเป็นทายาทหมื่นล้านมาก่อน แต่ต้องเข้าใจนะเวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอเคยเป็นลูกเสือมาก่อน แต่เสือ...เมื่อไม่มีถ้ำก็ไม่ต่างอะไรกับหมาจร ไร้ที่ซุกหัวนอน ไม่มีบารมีพ่อกับพี่ชายคุ้มกะลาหัวเธอมันก็แค่คนธรรมดาไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ต้องพูดมาก ถึงผมจะมาขอให้คุณช่วย แต่ไม่เคยคิดจะญาติดีผมเคยเกลียดคุณยังไง วันนี้ยังเกลียดเหมือนเดิม”
“ฉันชอบท่าทีจองหองของเธอ”
“ผมก็เกลียดท่าทางวางตัวโอ้อวด หยิ่งยโส โอหังของคุณเหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็...แม่บ้านถ้าจำไม่ผิด เรามีห้องเก็บของอยู่ตรงใต้บันไดใช่มั้ยครับ” คิ้วเข้มกระตุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับมุมปาก
“มีค่ะ คุณพสิษฐ์”
“ให้เขาพักที่นั่น แล้วหาเสื้อผ้าคนใช้มาให้เขาเปลี่ยนด้วย ชุดที่เธอใส่อยู่น่ะ...เหม็นสาบ” ไอ้คนทุกเรศทำท่าย่นจมูกฟุดฟิด ปากเบะบิดเบี้ยวน่าเตะให้ปากฉีก
“เอ่อ คุณพสิษฐ์คะแต่ว่า...”
“บ้านหลังนี้นอกจากเสื้อผ้าของฉัน ก็มีแค่ชุดคนใช้เท่านั้นที่เธอพอใส่ได้ คงไม่ว่ากันนะ”
ห้องใต้บันไดแคบขนาดหนูเดินยังอึดอัด ถูกแม่บ้านเข้ามาช่วยจัดเคลียร์เอาไม้กวาดกับอุปกรณ์ชุดทำความสะอาด พรมเช็ดเท้าเก่า ของไม่ได้ใช้ออกไปบางส่วน ผ้าเช็ดตัวกับชุดเสื้อผ้าเครื่องแบบคนใช้สีเข้ม ผ้ากันเปื้อนปักตราสัญลักษณ์ชื่อย่อภาษาอังกฤษของตระกูลดัง ถูกพับวางไว้ใกล้กับเครื่องนอนกลางเก่ากลางใหม่ ผมเข้าใจว่ามันคงเคยเป็นของคนใช้เก่าที่อาจลาออกไปนานแล้วคนใดคนหนึ่ง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมใช้ซอกเล็กในห้องมืดใต้บันไดย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย เมื่อหลายวันก่อนเราสามคนพ่อลูกเดินทางกลับจากงานเลี้ยงร่วมฉลองความสำเร็จอันแสนชื่นมื่นเบิกบาน เสียงพูดคุยแสดงความชื่นชมยินดีและวางแผนถึงอนาคตของบริษัทใหญ่ ระหว่างพ่อและพี่ชายมันยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ เสียงยางรถยนต์ฝืดฝืนผิวถนนเบรกลั่นสั่นประสาท กระชากเหวี่ยงจนผมหัวคะมำ ฟาดเข้าไปกับเบาะที่นั่งด้านหลังคนขับ
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“พ่อ!”
“ทิวาอย่าเงยหน้าขึ้นมา” เสียงห้วนตวาดดัง พร้อมมือใครบางคนกดหัวผมให้จมลงไปจนเกือบติดพื้นรถเบื้องล่าง หูได้ยินเสียงปืนลั่นรัวดังมาจากทั่วทุกสารทิศ สลับเสียงร้องโอดโอยของใครหลายคนที่ผมแยกเสียงไม่ออก
“พ่อ พี่ตะวัน”
เมื่อเสียงปืนทิ้งช่วงห่างไป สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงกลิ่นฉุนของเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร คนที่ผมรักสองคนนอนจมกองเลือดติดอยู่บนเบาะหลัง เสื้อสูทสีดำเห็นรอยฉ่ำเปียกแฉะเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบเลือด มือข้างหนึ่งของพ่อยังกำด้ามปืนยื่นออกไป เหมือนเมื่อครู่มันถูกใช้ต่อสู้ป้องกันตัว ดวงตาคู่คมจมหายอ่อนแสงลงเรื่อยๆ ริมฝีปากกระอักพ่นเลือดเป็นฟองฝอย เหมือนพ่อพยายามพูดบางอย่าง ผมโน้มตัวลงไปพยายามตั้งใจฟัง หากแต่มันขยับได้ไม่นานทุกอย่างก็กลับนิ่งไป โดยไม่มีคำใดหลุดออกมา ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจ
“พ่อ...”
“ทิ...หนีไป” เสียงพร่าของพี่ชายทำให้ผมได้สติ ฝ่ามือเหนียวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดพยายามเปิดประตูรถแล้วผลักให้ผมออกไปทางประตูอีกด้าน
“ไม่เอา ไม่ไป” ผมหันไปเหนี่ยวข้อมือแข็งนั้นไว้
“ไป!” ราวกับนั่นคือลมหายใจเฮือกสุดท้ายฝ่ามือสั่นผลักผมให้ออกจากตัวรถแล้วปิดประตูลงทันที นั่นคือภาพสุดท้ายในความทรงจำผม
“การร้องไห้คร่ำครวญไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” เสียงหนึ่งดังมาจากอีกด้านของบานประตู ขัดเสียงสะอื้นจากช่องอกของผมให้สะดุดลง
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเลว ดังนั้นผมถึงเลือกมาที่นี่ มาดูกันสิว่าคุณจะเลวได้ถึงใจผมมั้ย” ฝ่ามือทั้งสองข้างกำบีบเข้าหากันแน่น ความเจ็บแค้นครั้งนี้ผมจะทวงคืนอย่างสาสม
“รับรองว่าเธอจะประทับใจในความเลวของฉัน”
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 หลานสาวคนโปรด (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 ลูกสะใภ้คนโปรด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 สามีสายเปย์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 แม่ผัวตัวดี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 สัญญาว่าจ้าง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 หายอีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 คลิปหลุด
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 ตามใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#31 บทที่ 31 สติ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักระรินใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













